เคยไหมที่ควบ Big Bike คันโปรดออกทริปยาว ๆ ไปเชียงใหม่ หรือแค่ขับวนเล่นแถวบ้าน แล้วใจก็แอบคิดว่าถ้าเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้นมา ค่าเสียหายมันจะเท่าไหร่กันนะ? เอาจริง ๆ แล้ว แค่ พ.ร.บ. ที่เป็นประกันภาคบังคับสำหรับรถจักรยานยนต์ทุกคัน ก็ให้ความคุ้มครองกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแก่คู่กรณีสูงถึง 500,000 บาทต่อคนแล้วนะ นี่คือขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้เลยนะเว้ย ไม่ใช่แค่เบี้ยประกันหลักร้อยที่จ่ายไปแล้วจบ ๆ แต่เป็นความคุ้มครองหลักแสนที่หลายคนมองข้ามไป นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของประกัน Big Bike เบี้ยถูก ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริง แถมยังครอบคลุมกว่าที่คิดเยอะ!
- ประกัน Big Bike เบี้ยถูกมีอยู่จริง แค่รู้ช่องทางการเลือกให้เหมาะกับสไตล์เรา
- พ.ร.บ. คือรากฐานความคุ้มครองสำคัญสุดๆ ครอบคลุมสูงถึง 500,000 บาทต่อคนหากเกิดอุบัติเหตุ
- มองหาประกันชั้น 3 หรือ 3+ ที่ให้ความคุ้มครองบุคคลภายนอกและรถคู่กรณี ในราคาที่สบายกระเป๋า
เบี้ยประกันบิ๊กไบค์มันแพงจริงดิ? มาดูกันว่าทำไมบางคนถึงคิดงั้น
ของจริงคือ หลายคนพอพูดถึงประกัน Big Bike ก็จะนึกถึงแต่ประกันชั้น 1 ที่เบี้ยเป็นหมื่นเป็นแสน อันนั้นมันก็แพงสมชื่อแหละ เพราะมันคุ้มครองแทบทุกอย่าง รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม เคลมได้หมด ไม่ว่าคู่กรณีจะมีหรือไม่มี แต่ต้องลองคิดดูนะว่ารถ Big Bike ไม่เหมือนรถเก๋งธรรมดาไง ค่าอะไหล่มันแพงหูฉี่ อย่างโคมไฟหน้าของ Honda CBR650R ถ้าเกิดแตกขึ้นมา ชิ้นเดียวก็ปาเข้าไป 15,000 บาทแล้วนะ นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมประกันชั้น 1 ของ Big Bike มันถึงเบี้ยสูงปรี้ดตามไปด้วยไง แต่ไม่ได้แปลว่าประกันราคาถูกมันไม่มีนะ ต้องแยกให้ออกแค่นั้นเอง
แล้วไอ้ที่ว่าแพงอ่ะ มันแพงเพราะอะไรบ้าง? หลักๆ เลยก็คือมูลค่ารถที่สูงกว่ารถทั่วไปมากๆ แถมยังเป็นรถที่โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงกว่านิดหน่อยเพราะด้วยความเร็วและพละกำลังของมัน บางทีคนก็กังวลเรื่องการซ่อมที่ศูนย์บริการเฉพาะทาง หรืออะไหล่ที่ต้องสั่งจากต่างประเทศ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริงที่ทำให้ค่าเคลมมันสูง
ประกัน Big Bike เบี้ยถูก ของจริงต้องเลือกยังไง?
ถ้าอยากได้เบี้ยประกัน Big Bike ที่สบายกระเป๋า แต่ก็ยังคุ้มครองแบบอุ่นใจอยู่ ลองมาดูทางเลือกเหล่านี้กัน
1. พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ): อันนี้แหละคือพื้นฐานสำคัญที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี ไม่ใช่แค่รถยนต์นะ Big Bike ก็ต้องมีเหมือนกัน เบี้ยสำหรับรถ Big Bike ที่มีเครื่องยนต์เกิน 125 ซีซี จะอยู่ที่ประมาณ 600 บาทต่อปี แต่ความคุ้มครองโคตรสำคัญนะ เพราะมันช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คู่กรณีสูงสุด 80,000 บาท และถ้าถึงขั้นเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวร ก็ครอบคลุมถึง 500,000 บาทเลยนะ นี่แหละคือของจริงที่ทุกคนต้องมีไว้ก่อนเลย
2. ประกันชั้น 3: อันนี้เหมาะสำหรับสายลุยที่ไม่ค่อยมีงบเยอะ แต่ก็อยากอุ่นใจเพิ่มขึ้นมาหน่อย ประกันชั้น 3 จะคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี และค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณี ซึ่งหมายความว่าถ้าเราไปชนรถคนอื่น ทรัพย์สินเขาเสียหาย หรือเขาบาดเจ็บ บริษัทประกันจะช่วยจ่ายให้ตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ แต่รถเราเองถ้าเสียหายก็จะซ่อมเองนะ เบี้ยประกันชั้น 3 สำหรับ Big Bike รุ่นยอดนิยมอย่าง Kawasaki Z900 อาจจะอยู่ประมาณ 2,500 – 4,000 บาทต่อปี แล้วแต่บริษัทและเงื่อนไข
3. ประกันชั้น 3+: นี่คือออปชั่นที่ขยับขึ้นมาจากชั้น 3 นิดหน่อย ได้ความคุ้มครองดีขึ้นอีกขั้น ในส่วนของชั้น 3+ นอกจากจะคุ้มครองบุคคลภายนอกและทรัพย์สินของเขาแล้ว ยังคุ้มครองความเสียหายต่อรถของเราด้วยนะ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ รถของเราต้องชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และต้องระบุคู่กรณีได้ อย่างเช่น ไปชนมอเตอร์ไซค์คันอื่น หรือรถยนต์คันอื่นที่ขับหนีไปไม่ได้ ถ้าชนเสาไฟฟ้า หรือรถล้มเอง อันนี้เคลมไม่ได้นะ เบี้ยประกันชั้น 3+ สำหรับ Big Bike อาจจะอยู่ประมาณ 6,000 – 10,000 บาทต่อปี ลองเอามาเทียบกับชั้น 1 ดูสิ จะเห็นว่าประหยัดไปได้หลายหมื่นเลย
เคล็ดลับลดเบี้ยประกันบิ๊กไบค์แบบเห็นผล
- ประวัติการขับขี่ดี ไม่มีเคลม: ลองคิดดูนะ ถ้าเราเป็นคนขับรถดี ไม่เคยชน ไม่เคยเคลมเลย บริษัทประกันก็มองว่าเราเป็นลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ปีต่อไปเราจะได้ส่วนลดประวัติดี ซึ่งบางทีลดได้เป็นพันบาทเลยนะ
- เลือกทุนประกันให้เหมาะสม: บางทีเราอาจจะไม่ได้อยากได้ทุนประกันสูงเท่าราคารถมือหนึ่งเป๊ะๆ เพราะเราใช้รถมาสักพักแล้ว ลองปรึกษาเจ้าหน้าที่ดูว่าทุนประกันที่เหมาะสมกับสภาพรถเราตอนนี้ควรเป็นเท่าไหร่ การลดทุนประกันลงมานิดหน่อยก็ช่วยลดเบี้ยได้แล้ว
- ติดตั้งอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย: การติดระบบกันขโมย หรือ GPS Tracking Device ของจริงช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะหาย บริษัทประกันบางแห่งก็มีส่วนลดให้ด้วย เพราะถือว่าเรามีมาตรการป้องกันที่ดีขึ้น
- ที่จอดรถปลอดภัย: ถ้าเรามีที่จอดรถส่วนตัวในบ้าน มีรั้วรอบขอบชิด หรือจอดในคอนโดที่มี รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง ความเสี่ยงที่รถจะถูกขโมยหรือเสียหายก็ลดลง บริษัทประกันก็อาจจะพิจารณาให้เบี้ยที่ถูกลง
- เลือกแบบระบุชื่อผู้ขับขี่: ถ้ามีแค่เราคนเดียวที่ขับ Big Bike คันนี้เป็นประจำ การระบุชื่อเราเป็นผู้ขับขี่ในกรมธรรม์จะช่วยให้เบี้ยถูกลงได้เยอะมาก เพราะบริษัทประกันประเมินความเสี่ยงจากแค่คนเดียว ไม่ใช่คนไม่ระบุชื่อกี่คนก็ได้
อย่าเพิ่งรีบ! อ่านตรงนี้ก่อนซื้อประกัน Big Bike
ก่อนจะตัดสินใจซื้อประกัน Big Bike เบี้ยถูกตัวไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการอ่านเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ละเอียดโคตรๆ เลยนะ บางทีคำว่า “คุ้มครอง” ของแต่ละบริษัทอาจจะไม่เท่ากัน บางเจ้าอาจจะมีข้อยกเว้นที่เราคาดไม่ถึง อย่างเช่น ไม่คุ้มครองถ้าเราไปขับแข่ง หรือไปก่ออาชญากรรม
และอีกเรื่องที่โคตรสำคัญคือ การเปรียบเทียบจากหลายๆ บริษัท อย่าเพิ่งเชื่อแค่เจ้าเดียว ลองเช็คเบี้ยจากบริษัทประกันสัก 2-3 แห่ง เช่น วิริยะประกันภัย หรือ กรุงเทพประกันภัย แล้วเอามาเทียบดูก่อนว่าข้อเสนอของใครดีที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องเบี้ยนะ แต่รวมถึงวงเงินความคุ้มครอง และบริการหลังการขายด้วย ดูรีวิวการเคลมของบริษัทนั้นๆ ว่าเขาบริการเร็วไหม ติดต่อยากไหมผ่านช่องทางอย่าง LINE Official Account หรือเปล่า
สุดท้ายแล้ว การมีประกัน Big Bike มันคือการลงทุนเพื่อความอุ่นใจของตัวเราและเพื่อนร่วมถนน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ที่เป็นพื้นฐาน หรือประกันชั้น 3/3+ ที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้นมา การเลือกประกันที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของเราคือหัวใจสำคัญ ลองเอาข้อมูลพวกนี้ไปพิจารณาดูนะ แล้วชีวิตการขับขี่ Big Bike ของเราก็จะปลอดภัยและสบายใจขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ