ปี 2008 บริษัท Bitly ได้ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยี Short URL ที่พลิกโฉมการแชร์ลิงก์บนโลกออนไลน์ และรู้ไหมว่านี่แหละคือเครื่องมือลับที่นายหน้าประกันหลายคนกำลังใช้ติดตามใบเสนอราคาที่ส่งให้ลูกค้าอย่างแนบเนียน เอาจริง ๆ เทคนิคนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แค่แปลงลิงก์ไฟล์ PDF ใบเสนอราคาที่เราจะส่งให้ลูกค้า ให้เป็นลิงก์สั้นๆ ผ่านบริการอย่าง Bitly หรือ TinyURL ซึ่งพวกนี้มีระบบหลังบ้านคอยบอกเราว่าลูกค้าคนไหนกดเปิดลิงก์เมื่อไหร่ กดไปกี่ครั้ง คือรู้หมดเปลือกเลยนะ นี่ไม่ใช่เรื่องในหนังสายลับ แต่มันคือการทำงานของนายหน้าประกันมืออาชีพในยุคนี้เลยแหละ
- นายหน้าประกันใช้ Short URL แปลงลิงก์ใบเสนอราคา เพื่อติดตามว่าลูกค้าเปิดดูเมื่อไหร่และกี่ครั้ง
- เทคนิคนี้ช่วยให้เราเห็นความสนใจของลูกค้าชัดขึ้น วางแผนการตามงานได้ถูกจังหวะ ไม่ต้องโทรจิกหรือพลาดโอกาสสำคัญ
- มีเครื่องมือ Short URL ทั้งแบบฟรีและเสียเงินให้เลือกใช้ เช่น Bitly, TinyURL รวมถึงระบบติดตามใน LINE ที่หลายคนอาจมองข้ามไป
Short URL ทำงานยังไง ทำไมนายหน้าประกันต้องรู้เรื่องนี้
ลองคิดดูนะ ปกติเวลาเราส่งใบเสนอราคาประกันให้ลูกค้าผ่านอีเมล หรือส่งไฟล์ PDF ใน LINE เนี่ย เราก็ทำได้แค่นั่งลุ้นใช่ไหมว่าจะเปิดอ่านเมื่อไหร่ หรืออ่านไปแล้วหรือยัง บางทีทักไปถามก็ดูจิกไป ลูกค้าก็อาจจะรำคาญ แต่ถ้าเราใช้ Short URL นี่ของจริงเลย คือทุกครั้งที่ลูกค้ากดลิงก์สั้น ๆ นั้น ระบบจะบันทึกข้อมูลการคลิกไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่คลิก IP Address ของเครื่องที่คลิก หรือแม้แต่จำนวนครั้งที่คลิก ซึ่งข้อมูลพวกนี้สำคัญมาก ๆ สำหรับการประเมินความสนใจของลูกค้า บอกเลยว่าช่วยประหยัดเวลาการทำงานไปได้เยอะมาก เผลอ ๆ ไม่ต้องโทรตามเป็น 10 ครั้งเหมือนเมื่อก่อนด้วยซ้ำ
ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติว่าผมส่งใบเสนอราคาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ไปให้คุณสมศักดิ์ที่เคยคุยกันไว้เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน พอแปลงลิงก์ด้วย Bitly แล้วส่งไปใน LINE คุณสมศักดิ์เปิดดูตอน 10.35 น. ของวันจันทร์ แล้วกลับมาเปิดซ้ำอีกทีตอน 15.00 น. ช่วงบ่ายแก่ๆ ผมก็พอจะเดาได้แล้วว่าเขามีเวลาว่างช่วงนั้น และน่าจะกำลังพิจารณาอยู่ การรู้จังหวะแบบนี้มันช่วยให้เราเลือกเวลาทักไปสอบถามได้ถูกเป๊ะ ไม่ใช่โทรไปตอนลูกค้าประชุมอยู่ หรือตอนที่เขายุ่งๆ จนอาจจะหงุดหงิดเราได้นะ
เครื่องมือ Short URL ตัวไหนน่าลองใช้บ้าง
พอพูดถึง Short URL หลายคนอาจจะนึกถึงแค่ Bitly ซึ่งมันก็เป็นเจ้าตลาดนั่นแหละ แต่เอาจริง ๆ มีตัวเลือกอีกเพียบเลยนะ ที่ใช้งานง่ายและมีฟังก์ชันการติดตามคล้ายกัน ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่นายหน้าประกันแบบเราๆ ควรมีติดตัวไว้ใช้งาน
อย่างแรกเลย Bitly นี่แหละคือนัมเบอร์วัน เพราะมีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้ได้ในระดับหนึ่ง ถ้าใช้ไม่เยอะมากก็สบายเลย เข้าเว็บไซต์ bitly.com แล้วเอาลิงก์ยาว ๆ ไปวาง มันก็จะแปลงเป็นลิงก์สั้น ๆ ให้เราทันที แถมมีแดชบอร์ดหลังบ้านให้เราเข้าไปดูสถิติการคลิกได้แบบเรียลไทม์เลยนะ เห็นเป็นกราฟสวยงาม ดูง่ายมาก ๆ ว่าลิงก์ไหนถูกคลิกเยอะสุด หรือช่วงเวลาไหนที่คนสนใจมากเป็นพิเศษ
ต่อมาก็ TinyURL อันนี้ก็ฟรีเหมือนกัน ใช้งานง่ายไม่แพ้ Bitly จุดเด่นคือมันเรียบง่ายมาก ๆ แค่วางลิงก์ก็สร้างได้เลยทันที แต่ฟังก์ชันการติดตามอาจจะไม่ละเอียดเท่า Bitly ในเวอร์ชั่นฟรีนะ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแค่ลิงก์สั้น ๆ แต่ยังอยากมีข้อมูลการคลิกแบบพื้นฐานอยู่บ้าง ส่วนถ้าใครที่ต้องการฟีเจอร์เพิ่มขึ้นอีกหน่อย อย่างการสร้างลิงก์แบบมีชื่อเฉพาะเจาะจง หรืออยากเชื่อมต่อกับ CRM ของตัวเอง เผลอ ๆ อาจจะต้องลองดูพวกแพลตฟอร์มที่เสียเงินรายเดือน อย่าง Rebrandly หรือ Short.io ที่มีฟังก์ชันการปรับแต่งและวิเคราะห์ข้อมูลที่ลึกกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายนิดหน่อยนะ
แล้วอีกอันที่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงคือ LINE ไง! ใช่แล้วครับ LINE ที่เราใช้คุยงานกันทุกวันนี่แหละ ถ้าคุณส่งไฟล์ PDF ใบเสนอราคาผ่าน LINE ในรูปแบบของลิงก์ (เช่น อัปโหลดขึ้น Google Drive แล้วแชร์ลิงก์) ตัว LINE เองก็จะมีระบบการแจ้งเตือนและการดูสถานะอยู่แล้วนะ แม้จะไม่ละเอียดเท่า Bitly แต่ก็พอจะรู้ว่าลูกค้าเปิดลิงก์นั้นหรือไม่ หรือถ้าใช้ LINE Official Account ก็จะมีฟังก์ชันการติดตามการเปิดอ่านข้อความ หรือการคลิกที่ลิงก์ที่อยู่ใน Rich Message ได้ด้วย อันนี้ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่เราใช้สื่อสารกับลูกค้าเป็นประจำอยู่แล้วไง
ข้อดีของการใช้ Short URL ติดตามใบเสนอราคาที่นายหน้าประกันต้องรู้
- รู้ทันทีว่าลูกค้าเปิดดูเมื่อไหร่: ไม่ต้องคาดเดาอีกต่อไป ระบบจะบันทึกเวลาที่ลูกค้าคลิกเปิดลิงก์ใบเสนอราคาแบบเป๊ะ ๆ ทำให้เรามีข้อมูลที่แม่นยำในการวางแผนการติดต่อกลับ
- ประเมินความสนใจของลูกค้าได้: ถ้าลูกค้ากลับมาเปิดลิงก์ใบเสนอราคาเดิมซ้ำ ๆ หลายครั้งใน 24 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าเขากำลังพิจารณาอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าเราควรจะรีบเข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม
- ช่วยวางแผนการตามงานอย่างมีประสิทธิภาพ: เมื่อรู้จังหวะที่ลูกค้าสนใจ เราก็สามารถเลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการโทรหาหรือทักไปสอบถาม ไม่ต้องเสียเวลาโทรไปตอนที่ลูกค้าไม่สะดวก ทำให้โอกาสในการปิดการขายเพิ่มขึ้น
- ทำ A/B Testing ใบเสนอราคาได้ง่ายขึ้น: ลองสร้างใบเสนอราคา 2 รูปแบบที่มีข้อความหรือข้อเสนอต่างกัน แล้วใช้ Short URL คนละตัวส่งไปให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เราจะเห็นเลยว่าแบบไหนที่ลูกค้าเปิดดูเยอะกว่า หรือใช้เวลาดูนานกว่ากัน ช่วยให้เราปรับปรุงใบเสนอราคาให้ดึงดูดใจมากขึ้นในอนาคต
- วัดผลแคมเปญการตลาดที่แม่นยำ: หากนายหน้ามีการทำการตลาดผ่านหลายช่องทาง เช่น Facebook, Instagram, หรืออีเมล ลองใช้ Short URL ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละช่องทาง เพื่อดูว่าลูกค้าส่วนใหญ่มาจากช่องทางไหน ทำให้เราโฟกัสการลงทุนในช่องทางที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
ข้อควรรู้และข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงในการใช้ Short URL
ถึงแม้ว่า Short URL จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรรู้และข้อควรระวังอยู่เหมือนกันนะ อย่างแรกเลยคือเรื่องของความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ลูกค้าบางคนอาจจะไม่สบายใจถ้ารู้ว่าเรากำลังติดตามการคลิกของเขาอยู่ เพราะฉะนั้นการสื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาว่าเรากำลังใช้เครื่องมือเพื่อปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น อาจจะช่วยสร้างความเข้าใจได้ แต่ก็ต้องดูสถานการณ์และความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นหลักนะ
อีกเรื่องคือการพึ่งพาแต่ตัวเลขสถิติมากเกินไป บางทีลูกค้าอาจจะเปิดลิงก์หลายครั้งเพราะหาข้อมูลไม่เจอ หรือเปิดผิดก็ได้ ไม่ได้แปลว่าเขาสนใจเสมอไป เพราะฉะนั้นการนำข้อมูลจาก Short URL มาประกอบกับการสังเกตพฤติกรรมลูกค้าด้านอื่นๆ และประสบการณ์ของนายหน้าเอง ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญอยู่เสมอ อย่าเพิ่งตัดสินทุกอย่างจากแค่ตัวเลขอย่างเดียวเชียวล่ะ และสุดท้าย ถ้าใช้ Short URL แบบฟรี ๆ บางทีมันก็มีข้อจำกัดเรื่องฟีเจอร์ หรือข้อมูลย้อนหลังที่ดูได้ไม่นานเท่าเวอร์ชั่นเสียเงินนะ อันนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าคุ้มค่ากับการลงทุนไหมกับการใช้งานของเรา
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังนั่งจิบกาแฟสบายๆ แล้วเปิดดูแดชบอร์ด Short URL เห็นลูกค้าคนสำคัญของคุณเปิดใบเสนอราคาประกันสุขภาพตอน 14.15 น. พร้อมกับกลับมาเปิดซ้ำอีกสองครั้งในครึ่งชั่วโมงต่อมา สัญญาณแบบนี้มันชัดเจนว่าเขาอยู่ในโหมดพิจารณาแล้วนะ ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้เลย วันนี้แหละคือจังหวะทอง! การมีข้อมูลแบบนี้อยู่ในมือมันเปลี่ยนเกมการทำงานของนายหน้าประกันไปได้เยอะมากเลยนะ ลองเอาเทคนิคนี้ไปปรับใช้ดู ไม่แน่ว่ายอดขายของคุณอาจจะพุ่งกระฉูดจนน่าตกใจเลยก็ได้ ลองดูนะ แล้วมาเล่าให้ฟังกันบ้างว่าได้ผลเป็นยังไง