เคยไหมที่อ่านหนังสือสอบแบบหามรุ่งหามค่ำ แต่พอถึงเวลาจริงๆ สมองกลับโล่งโจ้ง จำอะไรไม่ได้เลย เหมือนอ่านไปเสียเวลาเปล่า เอาจริง ๆ นะ ใคร ๆ ก็อยากอ่านหนังสือให้จำได้ไวขึ้น 2 เท่าทั้งนั้นแหละ มันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันหรอกนะ ถ้าเรารู้จัก 'เทคนิค' ที่ใช่ ของจริง! เราเองก็เคยเป็นคนที่อ่านเท่าไหร่ก็ลืมเท่านั้น จนเพื่อนที่เรียนเก่งมากๆ แอบมากระซิบเคล็ดลับให้ฟัง ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอก คิดว่ายาก แต่พอเอาไปลองใช้จริง เฮ้ย! มันเวิร์กว่ะ นี่แหละที่อยากเอามาแชร์ให้ทุกคนอ่านกันแบบเพื่อนคุยเพื่อนเลยนะ
อ่านหนังสือสอบให้จำแม่นขึ้น ต้องเริ่มจาก 'เข้าใจ' ไม่ใช่ 'ท่องจำ'?
ลองคิดดูนะ ตอนเราไปดูหนังเรื่องโปรด เราจำเนื้อเรื่องได้แทบทุกรายละเอียด หรือตอนไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วเจอร้านอาหารอร่อยๆ ชื่อ 'ข้าวซอยฟ้าฮ่าม' เราก็จำได้แม่นว่ารสชาติเป็นยังไง ทำไมเวลาอ่านหนังสือถึงจำไม่ได้แบบนั้นล่ะ? ง่ายๆ เลย เพราะเรามักจะ 'อ่าน' แบบผ่านๆ แค่ตาดูมือไฮไลต์ ไม่ได้ใช้สมองส่วนที่ประมวลผลให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งไง
การอ่านแบบท่องจำก็เหมือนการยัดข้อมูลดิบๆ เข้าไปในฮาร์ดดิสก์ เราอาจจะดึงออกมาใช้ได้ตอนนั้น แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก ไฟล์มันก็จะหายไปเอง เผลอๆ จำสับสนอีกต่างหากนะ แต่ถ้าเรา 'เข้าใจ' มันเหมือนเราสร้างโฟลเดอร์ จัดระเบียบ จัดหมวดหมู่ไว้เรียบร้อย อยากใช้เมื่อไหร่ก็แค่เปิดหา ไม่ต้องจำทั้งหมด แค่จำ 'แนวคิดหลัก' ได้ก็พอแล้ว เวลาเจอโจทย์พลิกแพลงก็ยังพอเอาตัวรอดได้สบายๆ
จัดตารางอ่านให้เหมือน 'ปาร์ตี้วันเกิด' แล้วสมองจะแฮปปี้
ใครจะไปชอบงานปาร์ตี้ที่จัดยันเช้าวันรุ่งขึ้นจริงไหม? สมองเราก็เหมือนกันนะ มันไม่ชอบการอัดข้อมูลยาวๆ แบบไม่พักหรอก การอ่านหนังสือแบบหักโหม 5-6 ชั่วโมงติดกันโดยไม่พักเลยน่ะ มันจะทำให้สมองล้าและรับอะไรเข้าไปได้น้อยลงมาก แทนที่จะจำได้เยอะขึ้น กลับจำได้น้อยลงซะงั้น
ลองแบ่งเวลาอ่านให้เป็นช่วงๆ สั้นๆ สิ คล้ายๆ กับเทคนิค Pomodoro ที่เขาฮิตกันนั่นแหละ กำหนดไปเลยว่าฉันจะอ่านวิชานี้ 25 นาที แล้วพัก 5 นาที เดินไปหยิบน้ำสักแก้ว ดูวิวข้างนอก หรือจะเต้นสักเพลงก็ได้นะ แล้วค่อยกลับมาอ่านต่ออีก 25 นาที ทำแบบนี้วนไป 3-4 ครั้ง ค่อยพักยาวๆ สัก 15-20 นาที การพักเบรกสั้นๆ นี่แหละคือตัวช่วยให้สมองได้จัดเรียงข้อมูลที่เพิ่งรับเข้าไป ทำให้จำได้แม่นขึ้นเยอะเลยนะ ของจริง!
5 เทคนิคขั้นเทพ ที่จะเปลี่ยนสมองให้เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์
- Active Recall: ถามตัวเองให้เยอะๆ
แทนที่จะอ่านซ้ำไปซ้ำมา ลองปิดหนังสือแล้วถามตัวเองว่า 'เมื่อกี้อ่านอะไรไปนะ?' หรือ 'แก่นของเรื่องนี้คืออะไร?' เหมือนเรากำลังติวให้เพื่อนอยู่ ยิ่งถามเยอะ ยิ่งตอบได้เยอะ สมองยิ่งจำแม่น - Spaced Repetition: ทวนตามช่วงเวลา
อย่ารอให้ลืมแล้วค่อยทวนนะ! ลองทวนเนื้อหาเดิมในวันถัดไป แล้วค่อยทวนอีกทีใน 3 วันต่อมา จากนั้นก็ 1 สัปดาห์ และ 1 เดือน มันเหมือนการปลูกต้นไม้ ต้องรดน้ำเป็นระยะๆ ต้นไม้ถึงจะโตแข็งแรง ไม่ใช่รดน้ำวันเดียวแล้วทิ้งยาว - Feynman Technique: อธิบายให้คนอื่นฟัง
ลองอธิบายเรื่องที่เราอ่านให้คนที่ไม่รู้เรื่องนั้นเลยฟังดูสิ เช่น อธิบายเรื่อง 'วงจรชีวิตผีเสื้อ' ให้เด็กประถม 5 ขวบเข้าใจ ถ้าเราอธิบายได้ง่ายๆ แสดงว่าเราเข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้วนะ ข้อไหนที่อธิบายไม่ได้ ก็กลับไปทวนตรงนั้นใหม่ - Interleaving: สลับวิชาบ้าง
การอ่านวิชาเดียวซ้ำๆ นานๆ จะทำให้สมองเบื่อและประสิทธิภาพลดลง ลองอ่านคณิตศาสตร์ 1 ชั่วโมง แล้วสลับไปอ่านภาษาอังกฤษอีก 1 ชั่วโมง หรือชีวะอีกครึ่งชั่วโมง การสลับไปมาเหมือนเราเปลี่ยนรสชาติอาหาร ทำให้สมองสดชื่นตลอดเวลา - Mind Mapping: สร้างแผนที่ความคิด
สรุปเนื้อหาเป็นภาพรวม ใช้สีสัน ใช้รูปภาพ แทนการเขียนเป็นตัวหนังสือยาวๆ จะช่วยให้เราเห็นความเชื่อมโยงของข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น สมองเราชอบภาพและสีนะ การสร้างแผนที่ความคิดจะทำให้จำโครงสร้างและรายละเอียดปลีกย่อยได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
ข้อควรระวัง: สิ่งที่คนส่วนใหญ่พลาด แล้วทำให้จำไม่ติด
เอาจริง ๆ นะ บางทีเราก็พลาดเรื่องง่ายๆ นี่แหละที่ทำให้จำอะไรไม่ค่อยได้ อย่างแรกเลยคือ 'อ่านแบบเนือยๆ' อ่านไปเรื่อยๆ เหมือนอ่านนิยาย ไม่ได้มีจุดประสงค์ว่าจะจำอะไร หรือหาคำตอบอะไร พอไม่มีเป้าหมาย สมองมันก็ไม่รู้ว่าจะเก็บข้อมูลตรงไหนไง
อีกเรื่องคือ 'นอนไม่พอ' อันนี้ของจริง! ช่วงเวลาที่เรานอนหลับนี่แหละที่สมองจะจัดเรียงข้อมูลที่รับเข้ามาทั้งวัน ถ้าเราอดนอน สมองก็ไม่มีเวลาจัดระเบียบ พอตื่นมาก็มึนๆ งงๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ นอกจากนี้เรื่อง 'โทรศัพท์มือถือ' ที่วางอยู่ข้างๆ นี่แหละ ตัวร้ายของจริง เสียงแจ้งเตือนนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้สมาธิหลุดไปไกลแล้วนะ ลองปิดมันไปเลยสัก 25 นาทีตอนอ่านหนังสือดูสิ แล้วจะเห็นความต่าง
เห็นไหมว่าเทคนิคการอ่านหนังสือให้จำได้ไวขึ้น 2 เท่า มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยนะ แค่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ อาจจะไม่ต้องทำครบทุกเทคนิคก็ได้นะ ลองเลือกสัก 2-3 ข้อที่รู้สึกว่าทำได้ง่ายๆ แล้วเอาไปลองปรับใช้กับการอ่านของตัวเองดู รับรองว่าผลลัพธ์จะดีขึ้นแบบไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
ลองเริ่มจากพรุ่งนี้เลยก็ยังไม่สายนะ! สู้ๆ นะเพื่อนๆ ทุกคน เราเชื่อว่าทุกคนทำได้แน่นอน!