มีคนเป็นพันล้านคนทั่วโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกหรือภาษาที่สอง โดย British Council เคยประเมินไว้ว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษกว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลกในปี 2023 ถ้าลองมองไปรอบตัวเรานะ หลายคนคงเคยเจอโมเมนต์ที่อยากพูดภาษาอังกฤษให้ได้ปร๋อ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี หรือจะเลือกคอร์สไหนให้เหมาะกับตัวเอง ทั้งที่ในใจก็แอบคิดว่า “เรียนไปจะรอดมั้ยวะ” เอาจริง ๆ แล้ว การเลือกคอร์สภาษาอังกฤษสำหรับมือใหม่มันไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้นเลยนะ แค่ต้องรู้ว่าตัวเองชอบอะไร มีเป้าหมายแบบไหน แล้วก็ลุยเลย!
- ประเมินตัวเองก่อนว่าพื้นฐานอยู่ตรงไหน และอยากใช้ภาษาอังกฤษเพื่ออะไร.
- เลือกรูปแบบการเรียนที่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สออนไลน์ เน้นพูด หรือสถาบันแบบเข้ากลุ่ม.
- ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ และอย่ากลัวความผิดพลาดในการฝึกพูด.
ทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้? มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?
ลองคิดดูนะ ยิ่งโลกทุกวันนี้มันเปิดกว้างขึ้นมาก ๆ ภาษาอังกฤษนี่แหละคือประตูบานใหญ่ที่พาเราไปเจออะไรใหม่ ๆ ได้เยอะเลย ข้อมูลจาก W3Techs ปี 2024 ระบุว่ากว่า 52% ของเว็บไซต์ทั่วโลกใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จะหาข้อมูล ทำความเข้าใจเทรนด์โลก ดูหนังฟังเพลงแบบไม่ต้องรอพากย์หรือซับไทยมันฟินกว่ากันเยอะ แถมโอกาสในหน้าที่การงานก็มาแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย เผลอ ๆ การได้ภาษาอังกฤษดี ๆ อาจทำให้เงินเดือนกระโดดไปอีกขั้น หรือได้งานในบริษัทต่างชาติที่เงินเดือนดีขึ้น 20-30% ก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ล่ะ?
แต่ก่อนอื่นเลยนะ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องถามตัวเองก่อนว่า “ฉันจะเรียนภาษาอังกฤษไปทำไม?” บางคนอยากเก่งไว้คุยกับฝรั่งตอนไปเที่ยว บางคนอยากได้ไว้สอบ IELTS, TOEFL เพื่อไปเรียนต่อ หรือบางคนก็แค่อยากดูซีรีส์ Netflix แบบไม่ต้องอ่านซับก็ได้ฟีลกว่า ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน มันจะทำให้เราเลือกคอร์สได้ง่ายขึ้นเยอะเลย เหมือนเวลาเราจะไปเที่ยวภูเก็ต เราก็ต้องรู้ก่อนว่าอยากไปทำอะไรที่นั่น จะได้เตรียมตัวถูกไง.
เริ่มยังไงดี? เลือกคอร์สภาษาอังกฤษแบบไหนให้ปัง?
พอรู้เป้าหมายแล้ว ขั้นต่อไปคือการเลือกเส้นทาง! สมัยนี้มีตัวเลือกเยอะแยะไปหมดจนตาลายเลยใช่มั้ย? จะบอกให้ว่ามันมีหลัก ๆ อยู่ 2 แบบนะ คือแบบ ออนไลน์ กับ ออฟไลน์ (ไปเรียนที่สถาบัน) มาดูกันว่าแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง
คอร์สออนไลน์: สะดวก ประหยัด เลือกได้ตามใจ
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชีวิตยุ่ง ๆ แบบเรา ๆ นี่แหละ คอร์สออนไลน์คือของจริง! ข้อดีคือมันยืดหยุ่นมาก จะเรียนตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง แถมราคาก็หลากหลายสุด ๆ คอร์สออนไลน์บางที่เริ่มต้นแค่ 150 บาทต่อชั่วโมงสำหรับคลาสกลุ่มเล็กๆ บางแพลตฟอร์มอย่าง Engoo หรือ Native Camp ก็มีครูให้เลือกเยอะมาก จะเรียน 25 นาที หรือ 50 นาทีก็เลือกได้เลย ถ้าเป็นมือใหม่จัดๆ แนะนำให้เน้นคอร์สที่สอนปูพื้นฐาน เน้นการสนทนาในชีวิตประจำวันก่อนนะ ครูดี ๆ บางคนสอนตั้งแต่ A-Z เลยจริงๆ
สถาบันสอนภาษา (ออฟไลน์): เจอหน้าครู เพื่อนร่วมชั้น ได้บรรยากาศ
ถ้าใครชอบบรรยากาศการเรียนในห้อง มีเพื่อนร่วมชั้น ได้เจอครูตัวเป็น ๆ สถาบันสอนภาษาก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่ ข้อดีคือเราจะได้คุยกับเพื่อนในคลาส ได้ฝึกภาษาในสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้พูดเยอะขึ้น สถาบันดัง ๆ อย่าง British Council หรือ Wall Street English ก็มีคอร์สให้เลือกหลากหลายเลยนะ ตั้งแต่ระดับ Beginner ไปจนถึง Advance แต่ราคาก็จะสูงกว่าคอร์สออนไลน์อยู่พอสมควร บางคอร์สอาจจะอยู่ที่ 7,000-15,000 บาทต่อคอร์ส (ประมาณ 30-40 ชั่วโมง) ซึ่งก็ต้องคิดดี ๆ ว่าคุ้มค่ากับที่เราได้หรือเปล่า
เคล็ดลับไม่ลับฉบับคนขี้เกียจ แต่ได้ผลจริง!
- ดูหนังฟังเพลงแบบจริงจัง: เปิด Netflix แล้วเลือกเสียงเป็นภาษาอังกฤษ ดูซับไทยก่อนก็ได้ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นซับอังกฤษ จากนั้นก็ลองปิดซับดู รับรองว่าหูจะเริ่มชินกับสำเนียงและศัพท์ใหม่ ๆ เอง
- ฟัง Podcast/YouTube: สมัยนี้มีรายการดี ๆ เยอะมาก เช่น TED Talks หรือช่องของครูสอนภาษาอังกฤษบน YouTube ลองเลือกเรื่องที่เราสนใจแล้วฟังไปเรื่อย ๆ วันละ 15-20 นาทีก็ยังดี
- ใช้แอปพลิเคชันช่วย: Duolingo, Memrise หรือ Cake เป็นแอปที่ออกแบบมาให้เรียนสนุก ไม่น่าเบื่อ เล่นเหมือนเกมส์เลยแหละ วันละ 10 นาทีก็ได้ศัพท์ใหม่ๆ เพียบแล้วนะ
- หาเพื่อนคุย: ลองหาเพื่อนต่างชาติผ่านแอปแลกเปลี่ยนภาษา หรือไปร่วมกิจกรรมที่รวมชาวต่างชาติบ่อย ๆ ได้ใช้จริงคือได้ผลจริงที่สุด
- สร้างสภาพแวดล้อมให้เป็นภาษาอังกฤษ: เปลี่ยนภาษาในมือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งอ่านป้ายประกาศต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ แค่นี้ก็ช่วยได้เยอะแล้ว
ระวัง! ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ชอบทำ
หลายคนชอบคิดว่าต้องพูดให้เป๊ะ ให้ถูกแกรมมาร์ 100% ถึงจะกล้าพูด อันนี้เป็นกับดักเลยนะ! อย่าไปกลัวผิด ลองคิดดูตอนเราเด็ก ๆ เราก็พูดไทยผิด ๆ ถูก ๆ มาก่อนไม่ใช่เหรอ? ภาษาอังกฤษก็เหมือนกันแหละ ถ้าไม่กล้าพูดก็จะไม่ได้ฝึก แล้วเมื่อไหร่จะเก่งล่ะ อีกอย่างคืออย่าเพิ่งท้อถ้าเรียนไปได้ 2-3 สัปดาห์แล้วรู้สึกว่ายังไม่เห็นผล การเรียนภาษาต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ เหมือนการออกกำลังกายที่ต้องทำทุกวันถึงจะเห็นผลชัดเจน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกคอร์สออนไลน์ คอร์สออฟไลน์ หรือว่าจะลองเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านแอปฯ หรือสื่อต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการลงมือทำอย่างต่อเนื่องและสนุกไปกับมันนะ อย่าคิดว่ามันเป็นภาระ แต่ให้คิดว่ามันคือการเปิดโลก เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง ลองเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน แล้วเดี๋ยวความก้าวหน้ามันจะตามมาเองแหละ! สู้ ๆ นะทุกคน!