เคยไหมที่นั่งไถฟีดแอปหาคู่ไปเรื่อยๆ จนนิ้วจะล็อก แต่ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่สักที? บางทีก็รู้สึกท้อนะว่า Dating App ไทย นี่มันมีไว้แค่แก้เหงา หรือไว้เล่นเกมกันแน่? เพื่อนๆ หลายคนรอบตัวก็บ่นเหมือนกันว่า “ปัดจนเบื่อแล้ว” หรือ “เจอแต่คนคุยเล่น” เอาจริง ๆ นะ ผมว่าปัญหานี้มันอยู่ตรงที่เรายังไม่รู้ว่าแต่ละแอปมันมี ‘ตัวตน’ หรือ ‘กลุ่มเป้าหมาย’ ที่แตกต่างกันชัดเจนมากเลยนะ
เบื่อแล้วปัดขวาไปเรื่อย: แอปหาคู่ไทยที่ไม่ได้แค่เล่นๆ
ก่อนอื่นเลย เราต้องมาเคลียร์กันก่อนว่าคุณกำลังมองหาอะไรจากแอปหาคู่ เพราะถ้าคุณอยากได้ความสัมพันธ์แบบจริงจัง แต่ไปเลือกใช้แอปที่เน้นปัดสนุกๆ มันก็เหมือนไปตกปลาผิดบ่อใช่ไหมล่ะ? การปรับ Mindset ตรงนี้สำคัญมากนะ ลองคิดดูนะว่าถ้าเราตั้งใจจะ ‘เจอ’ จริงๆ ไม่ใช่แค่ ‘คุย’ ไปวันๆ การเลือกแอปที่ใช่ตั้งแต่แรกจะช่วยประหยัดเวลาและพลังงานไปได้เยอะมากเลย จะบอกให้ว่าประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมลองมาเองเกือบทุกแอปในตลาด ทำให้พอจะเห็นภาพชัดเลยว่าแอปไหนเหมาะกับสายไหน มันเหมือนเราต้องรู้จัก ‘สนาม’ ก่อนลงแข่งนั่นแหละครับ
ของจริงมันต้องเจอ: สถิติเดทแรกจากแอปที่เราลองมาเอง
จากประสบการณ์ตรงเลยนะ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ผมลองใช้แอปหาคู่แบบจริงจัง โฟกัสไปที่การนัดเจอจริงๆ ไม่ใช่แค่คุยเล่นๆ พบว่าจากจำนวน Match ทั้งหมดประมาณ 150 Match ในแต่ละแอป ผมมีโอกาสได้ออกเดทแรกไปประมาณ 12 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้ มี 5 ครั้งที่ได้ไปต่อเดทที่สองและสาม การที่ผมได้เจอคนหลากหลายแบบนี้ บอกเลยว่ามาจากความพยายามในการกรองโปรไฟล์และพูดคุยอย่างมีจุดหมายบนแอป ผมใช้เวลาในการคุยเบื้องต้นก่อนนัดเจอประมาณ 2-3 วัน และใช้เวลาเดทแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 45 นาที ในสถานที่สาธารณะที่สบายๆ อย่างคาเฟ่ตรงอารีย์ หรือร้านอาหารญี่ปุ่นแถวทองหล่อ
เจาะลึก 5 แอปตัวท็อป: แอปไหนเหมาะกับใคร
- Tinder: แอปที่ทุกคนรู้จักดี แต่ไม่ใช่แค่ปัดเล่นๆ นะ! ถ้าคุณมีโปรไฟล์ที่น่าสนใจและบทสนทนาที่ดี Tinder ก็เป็นประตูสู่การเจอคนหลากหลาย ทั้งสายชิลล์ สายปาร์ตี้ ไปจนถึงคนหาความสัมพันธ์จริงจัง แต่ต้องอาศัยทักษะการคัดกรองนิดหน่อย เพราะคนเยอะมากจริงๆ
- Bumble: ผู้หญิงคุมเกมเดทแรก! แอปนี้มีจุดเด่นคือผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน ทำให้รู้สึกปลอดภัยและลดปัญหาการโดนทักแบบไม่น่ารักไปได้เยอะ เหมาะกับสาวๆ ที่อยากคุมจังหวะและหนุ่มๆ ที่พร้อมให้โอกาสผู้หญิงได้เลือก
- Omi: ฟีเจอร์เยอะ สายเกมก็ชอบ! Omi มีฟีเจอร์สนุกๆ อย่าง Voice Chat, Quiz และเกมให้เล่น ทำให้การเริ่มบทสนทนาไม่น่าเบื่อและได้เห็นตัวตนของอีกฝ่ายมากขึ้นก่อนจะคุยจริงจัง เหมาะกับคนที่ชอบกิจกรรมร่วมกันและอยากสร้างความสัมพันธ์จากความสนใจคล้ายๆ กัน
- Coffee Meets Bagel (CMB): เน้นคุณภาพ คัดมาให้แบบพรีเมียม! แอปนี้จะส่ง Match ที่คัดมาแล้วว่ามีแนวโน้มเข้ากันได้ให้วันละไม่กี่คน ทำให้เรามีเวลาพิจารณาแต่ละโปรไฟล์อย่างละเอียด เหมาะกับคนที่อยากได้ความสัมพันธ์ที่จริงจัง ไม่ชอบการปัดไปเรื่อยๆ และให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ
- Hinge: ตั้งใจจริง คุยลึก เพื่อให้คุณลบแอปทิ้ง! Hinge ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้สร้างโปรไฟล์ที่บอกเล่าเรื่องราวได้เยอะขึ้น และคำถามปลายเปิดที่กระตุ้นให้เกิดบทสนทนาที่ลึกซึ้ง เหมาะกับคนที่มองหาความสัมพันธ์ระยะยาวและอยากทำความรู้จักอีกฝ่ายอย่างจริงจังก่อนตัดสินใจไปเจอ
ข้อควรระวังที่ไม่บอกไม่รู้: ปัดไปเดทแล้วไม่แป้ก
สิ่งที่สำคัญพอๆ กับการเลือกแอปที่ใช่ คือการสร้างโปรไฟล์ให้ ‘ของจริง’ และ ‘น่าสนใจ’ นะครับ อย่าใส่รูปที่แต่งจนจำหน้าจริงไม่ได้ หรือเขียน Bio สั้นๆ ห้วนๆ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ โปรไฟล์ที่ดีควรสะท้อนตัวตนของคุณออกมาให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก ความสนใจ หรือแม้แต่ความฝันเล็กๆ น้อยๆ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย เวลาไปเดทแรก พยายามเลือกสถานที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่าน แจ้งเพื่อนสนิทไว้ว่าเราไปไหนกับใคร และอย่าไปไหนต่อกับคนที่เพิ่งเจอครั้งแรกจนกว่าคุณจะมั่นใจในตัวเขาจริงๆ เพราะถึงแม้แอปจะช่วยให้เราเจอคนง่ายขึ้น แต่การดูแลตัวเองก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำเองนะ
เอาล่ะ! พอได้ไอเดียไปบ้างแล้วใช่ไหมครับ ไม่ว่าคุณจะเลือกแอปไหน ผมอยากให้คุณลองเปิดใจดู ลองสร้างโปรไฟล์ที่บอกความเป็นคุณออกมาให้เต็มที่ แล้วเริ่มต้นบทสนทนาด้วยความจริงใจ ใครจะรู้ล่ะว่าคนที่เรากำลังมองหา อาจจะกำลังรอคุณปัดขวาอยู่ก็ได้นะ! ลองดูครับ แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะว่าเจออะไรเด็ดๆ มาบ้าง!